รู้จัก ฝาสูบ ดีพอหรือยัง 18/07/2557

 

คนใช้รถหลายๆ คนที่เคยมีปัญหากับระบบระบายความร้อน อาจจะเจอกับปัญหาฝาสูบโก่ง รวมทั้งปัญหาอื่นๆ เช่น วาล์วยัน บ่าวาล์วทรุด ปะเก็นฝาสูบแลบ วาล์วห่าง บ่าวาล์วไหม้ ไกด์ วาล์วหลวม ยางหมวกวาล์วแข็ง น้ำมันเครื่องหาย ฯลฯ เชื่อหรือไม่ว่าปัญหาเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นในบริเวณชิ้นส่วนที่เรียกว่าฝาสูบทั้งสิ้น

 

            เรามาทำความรู้จักกับมันดีกว่าว่าฝาสูบสำหรับเครื่องยนต์ที่อยู่ในรถยนต์ที่เราๆ ท่านๆ ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ส่วนใหญ่ทำมาจากอะลูมิเนียมหล่อ เพื่อให้ระบายความร้อนได้ดี มีบ้างที่อยู่ในรถดีเซลเพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่มากๆ ที่ทำจากเหล็กหล่อ แต่ท้ายสุดไม่ว่าจะทำจากอะไร ถ้าขาดการดูแลที่ดี ปัญหาก็จะเกิดตามที่ได้บอกไปก่อนหน้านี้

 

            ฝาสูบอยู่บนกระบอกสูบและเสื้อสูบ ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนมากมายไม่ว่าจะเป็น วาล์ว สปริงวาล์ว บ่าวาล์ว ปะเก็นล็อกวาล์ว กระเดื่องกดวาล์วเพลาลูกเบี้ยว ยางหมวกวาล์ว ชิมวาล์ว ถ้วยวาล์ว โอ๊ยเยอะครับ โดยสิ่งที่เชื่อมต่อระหว่างฝาสูบกับเสื้อสูบ ก็คือ ปะเก็นฝาสูบนี่เอง

 

            โดยการใช้งานปรกติ ชิ้นส่วนต่างๆที่อยู่ในฝาสูบไม่ได้มีอายุการใช้งานสั้นแต่อย่างไร ในทางกลับกัน อายุการใช้งานอขงชิ้นส่วนต่างๆ รวมทั้งฝาสูบเองล้วนมีอายุการใช้งานเท่ากับชิ้นส่วนทั้งหมดของเครื่องยนต์นั่นแหละ อ๊าวแล้วทำไมมันถึงได้ชำรุดสึกหรอหรือเสียหายก่อนชิ้นส่วนอื่นได้ ครับ เราต้องยอมรับว่าปัจจุบันการออกแบบชิ้นส่วนต่างๆ ทางวิศวกรรมก้าวหน้าไปจนถึงจุดที่แข็งแรงเพียงพอกับการใช้งานปรกติโดยลดต้นทุนในการผลิตให้มากที่สุดและทนทานจนหมดประกัน ที่เรียกว่าเศรษฐศาสตร์วิศวกรรมยังไงครับ เพราะถ้าทำมาแข็งแรงทนทาน ใช้นานกันจนข้ามรุ่น เขาจะเอารถรุ่นใหม่ๆ มาขายใครกันล่ะครับ ดังนั้น พอเราเข้าใจพื้นฐานของผู้ผลิตและออกแบบแล้ว เราก็ไม่สามารถไปว่าอะไรเขาได้ ถ้าเราใช้งานผิดประเภทหรือดูแลมันไม่ดี อาการส่วนมากที่พบ ปัญหาฝาสูบโก่งและปัญหาปะเก็นฝาสูบแลบอาการมักจะคล้ายคลึงกันอย่างมากประมาณว่าเหมือนฝาแฝดไข่คนละใบเลยทีเดียว แต่ราคาค่าซ่อมและการชำรุดเสียหายกลับต่างกันอย่างมาก สาเหตุของมันมักมาจากชิ้นส่วนอื่นๆ ไม่ใช่ตัวมันเอง เช่น การรั่วไหล ของระบบน้ำหล่อเย็น (น้ำหม้อน้ำนั่นแหละ) อันเนื่องจากฝาหม้อน้ำเสื่อม อย่างในจุดต่างๆ รั่ว ปั๊มน้ำรั่ว พัดลมไฟฟ้าไม่ทำงาน ทำให้น้ำหล่อเย็นหายจากระบบหรือไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิของเครื่องยนต์ได้ ฝาสูบเป็นที่อยู่ของห้องเผาไหม้ที่มีความร้อนจากการจุดระเบิดไปผลักหัวสูบให้เครื่องยนต์ทำงานฝาสูบจึงมีรูให้น้ำหล่อเย็นมาวนเวียนอยู่รอบๆ เพื่อไม่ให้อุณหภูมิสูงเกินไปพอระดับน้ำมันหายไป หรือพัดลมทำงานบกพร่องความร้อนก็จะสะสมอยู่มากจนกระทั่งเกิดการบิดตัวที่เรียกว่าฝาสูบโก่ง หรือถ้าโชคยังดี ปะเก็นฝาสูบอาจจะแตกก่อน แตกในที่นี้คือกำลังอัดจากห้องเผาไหม้ ข้ามมาที่ระบบน้ำหล่อเย็นที่อยู่ใกล้ๆ กันในฝาสูบ จนมันจะดันน้ำหล่อเย็นออกมาที่ถังพักน้ำ ดันจนน้ำล้นออกมาและหายไป จนความร้อนสูงเกินกลายเป็นฝาสูบโก่งอีก ซึ่งจริงๆแล้วรถทุกคันจะเตือนเราก่อน เช่นเข็มความร้อนขึ้นสูงกว่าปรกติ อาการแอร์ไม่เย็น ซึ่งอาจจะมาจากพัดลมไม่ทำงานและทำให้หม้อน้ำมีอุณหภูมิสูงเกินไป

 

            เมื่อเกิดกรณีเช่นนี้ เราควรหาทางจอดรถเข้าข้างทาง ดับเครื่องยนต์และเรียกหน่วยกู้ภัยได้เลย เพราะถ้าขืนขับต่อไป จากปัญหาปะเก็นแตกอาจบานจนกลายเป็นปัญหาฝาสูบโก่งได้ ถ้ามันโก่งน้อยๆ หรือแอ่นน้อยๆ ก็ยังพอส่งโรงกลึงปาดหน้าฝาสูบหรือไสล้างจนเรียบแต่อย่าลืมนะครับ ต้องเสริมปะเก็นฝาสูบให้หนาขึ้นเท่ากับส่วนที่หายไปด้วยไม่อย่างนั้นเครื่องยนต์อาจร้อนจนพังได้เรียกว่าแก้ปัญหากันไม่รู้จบเลยทีเดียวส่วนรถปัจจุบัน สมัยใหม่ ที่ลดต้นทุนจนไม่มีมิเตอร์วัดความร้อนมาให้ มีแต่เย็นกับร้อนจนฮีต ก็คงต้องตั้งใจตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็นทุกๆ สัปดาห์เป็นอย่างน้อย ไม่อย่างนั้นงานเข้าแล้วจะเซ็ง

 

            ส่วนถ้ามันโก่งมากจนไม่สามารถไสหรือปาดหน้าได้ หรือบางครั้งพบอาการฝาสูบแตกจนไม่สามารถซ่อมได้เคสนี้ต้องเปลี่ยนอย่างเดียว อย่าเย็บเลยครับ ฝาสูบนะไม่ใช่ผ้า จะได้เย็บได้ ตรวจสอบราคาให้ดีนะตรับ บางครั้งฝาสูบอาจมีราคาเท่าเครื่องยนต์มือสองทั้งตัวได้ ทางที่ดีกันไว้อย่าให้เป็นน่าจะดีกว่านะครับ

 

            ปัญหาบ่าวาล์วทรุด ปัญหานี้คลาสสิกเป็นอย่างมาก พบในเครื่องยนต์สมัยใหม่ หลังจากติดแก๊ส LPG และใช้งานไปประมาณ 80,000 ถึง 100,000กิโลเมตร เป็นกันแบบไม่เลือกรุ่น เลือกยี่ห้อ จนแปลกใจว่า บ่าวาล์วสมัยนี้มันทำกันจากกระดาษอัดหรือไงเนี่ยอาการที่พบคือ เครื่องยนต์เริ่มมีอาการเดินเบาไม่นิ่ง รอบต่ำๆ ไม่มีกำลัง เข้าเกียร์ D แล้วเหยียบเบรกไว้มีอาการสั่นบางครั้งถึงกับดับ แรกๆ อาจเป็นเฉพาะตอนเครื่องยนต์ยังเย็นอยู่ หลังๆ เป็นมันทั้งร้อนทั้งเย็น ช่างก็จะบอกว่าล้างลิ้นปีกผีเสื้อ (อ่ะ กินเงินครั้งที่หนึ่ง) ดูก่อน ไม่หายเหรอ เอ๊าจูนแก๊ส (ได้เงินอีกแล้ว) เปลี่ยนหัวเทียน (ได้อีก) งั้นลองตั้งวาล์วดู (แล้วทำไมไม่ลองเช็กระยะห่างวาล์วดูก่อนครับ) อาจจะประวิงเวลาไปได้อีกสักสองสามพันกิโลเมตร จากนั้นบ่าวาล์วที่ทรุด ก็จะไหม้ สุดท้ายก็ต้องเปิดฝา เปลี่ยนบ่าวาล์ว เปลี่ยนวาล์วแบบทนทาน มาเลยจากโรงงาน มันก็จะเป็นการเพิ่มต้นทุนจนไม่สามารทำกำไรได้เยอะๆ เอาแบบนี้ครับ ถ้าใช้แก๊ส แล้วประหยัด ก็เก็บส่วนต่างไว้ทำฝาทำบ่าวาล์วบ้าง สักไม่เกินสองสามหมื่น แต่ทำแล้วคราวนี้ก็จะใช้กันลืมไปเลยครับ

 

            ควันขาว เนื่องจากยางหมวกวาล์วแข็ง อาการคือมีน้ำมันเครื่องหายและมีครันขาวออกทางท่อไอเสีย ยิ่งเร่งยิ่งออกมามาก อาการนี้ถ้าไปเจอช่างแบบอยากได้งานใหญ่ ก็จะตีเป็นเครื่องหลวมไว้ก่อน ขั้นต่ำ เปลี่ยนแหวนบดวาล์วก็เยอะอยู่จริงๆ แล้วลองวัดกำลังอัดกันดูก่อนไหม เครื่องยนต์สมัยนี้วิ่งกันสามสี่แสนกิโล ถ้าดูแลดีๆ ยังไม่หลวมกันง่ายๆ นา ถ้าวัดแล้วต่ำกว่าค่าที่ยอมรับได้ค่อยทำเครื่อง เพราะอาการนี้ เปลี่ยนยางหมวกวาล์วก็หายแล้ว ไม่ต้องตกใจไปครับ อีกอย่างที่เคยเจอมา บางปั๊มเปลี่ยนน้ำมันในถังเก็บจากดีเซลเป็นเบนซิน พอรถเบนซินไปเติม ควันขาวซะอย่างนั้น ดังนั้น การตรวจสอบ ง่ายๆลองเปลี่ยนปั๊มดูก่อนนะครับ เพื่อว่าเจอเคสแบบนี้จะได้ไม่ต้องเสียเงินกันฟรีๆ

 

            สำหรับสามปัญหาฝาสูบทั้งสามข้อน่าจะครอบคลุมพอควร ส่วนปัญหาอื่นๆยังไม่ค่อยหนักครับ แต่ถ้าใครเจอปัญหาอะไรเขียนมาถามได้นะครับผม

 

ขอบคุณข่าวโดย นิตยสาร รถวันนี้ ฉบับวันที่ 7-14 พฤษภาคม 2556


 
     
  © 2009 - 2019 สงวนลิขสิทธิ์ โดย ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)   การรักษาข้อมูลส่วนบุคคล  |  ข้อตกลงการใช้บริการ